คาถาหัวใจเศรษฐี อุ อา กะ สะ ใครมีไว้จะร่ำรวย
PURIFILM สร้างแรงบันดาลใจ ให้คติธรรม นำพลังสร้างชีวิต
สวัสดีครับคุณผู้ชมคุณผู้ฟังทุกท่าน ที่ติดตามรับชมภูริฟิล์ม คลิบนี้นะครับผมจะมาพูดคุยในเรื่องของ คาถาหัวใจเศรษฐี ที่เรียกว่า ทิฏฐธัมมิกัตถสังวิตตนิกธรรม ๔ อันหมายถึง ธรรมที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ในปัจจุบัน เป็นหลักธรรมอันอำนวยประโยชน์สุขขั้นต้น ซึ่งครูบาอาจารย์ท่านกล่าวว่า คาถาหัวใจเศรษฐีนี้ เป็นหลักธรรมในพุทธศาสนา คือ ประโยชน์ในปัจจุบัน 4 อย่าง หรือบางทีก็เรียกว่า หัวใจเศรษฐี อุ อา กะ สะ หรืออาจจะเรียกสั้นๆ ว่า ทิฏฐธัมมิกัตถะ อันหมายถึง ธรรมที่เป็นไป เพื่อประโยชน์ในปัจจุบัน เป็นหลักธรรมอันอำนวยประโยชน์สุขขั้นต้น เพื่อประโยชน์สุขสามัญ ที่มองเห็นกันในชาตินี้ ที่คนอย่างเราทั่วไปปรารถนา อยากมียศ ทรัพย์ เกียรติ หรือไมตรี เป็นต้น อันจะสำเร็จด้วยธรรม 4 ประการ หรือที่พูดง่ายๆ ว่า เป็นข้อปฏิบัติสำคัญ ที่ทำให้เกิดผล คือ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ทำให้เรามีทรัพย์สินเงินทอง พึ่งตนเองได้ จึงเรียกว่าธรรม ที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ปัจจุบัน อันเป็นเคล็ดลับ ให้หลุดพ้นจากความยากจน คือ เราจะต้องปฏิบัติ ตามหลักธรรม 4 ประการ ที่เรียกว่า หัวใจเศรษฐี อุ อา กะ สะ นั่นเอง
คาถาหัวใจเศรษฐี ที่ว่า อุ อา กะ สะ นี้ ครูบาอาจารย์ท่านกล่าวว่า อุ อา กะ สะ ก็คือ การประพฤติดีปฏิบัติชอบ ซึ่งมีดังต่อไปนี้
1. คำว่า อุ มาจากคำว่า อุฏฐานสัมปทา อุด-ถา-นะ-สำ-ปะ-ทา คือ พร้อมด้วยความขยันหมั่นเพียร ในการประกอบสัมมาอาชีพ หรือที่เรียกว่า การขยันหา
2. คำว่า อา มาจากคำว่า อารักขสัมปทา อา-รัก-ขะ-สำ-ปะ-ทา คือ การเก็บรักษาทรัพย์สิน ที่ได้มาโดยชอบธรรม หรือที่เรียกว่า การขยันเก็บ
3. คำว่า กะ มาจากคำว่า กัลยาณมิตตา กัน-ละ-ยา-นะ-มิต-ตะ-ตา คือ การคบหาสมาคมกับคนดี คนมีคุณธรรม มีน้ำใจ และเป็นเพื่อนที่ไม่พาไปผลาญทรัพย์ หรือที่เรียกว่า การเลือกคบ
4. คำว่า สะ มาจากคำว่า สมชีวิตา สะ-มะ-ชี-วิ-ตา คือ การใช้จ่ายอย่างประหยัดพอเพียง ใช้ชีวิตสมถะ ไม่ฟุ่มเฟือย หรือที่เรียกว่า การเลือกใช้ นั่นเอง
ส่วนการที่เราจะมีชีวิตสมบูรณ์นั้น ครูบาอาจารย์ท่านว่า เราจะต้องทำถาคาที่ว่า อุ อา กะ สะ ให้เจริญเป็นนิตย์ ซึ่งสามารถขยายความได้ดังนี้
1. คำว่า อุ คือ อุฏฐานสัมปทา
อ่านว่า “อุด-ถา-นะ-สำ-ปะ-ทา” แปลว่า ความถึงพร้อม ด้วยความหมั่น ซึ่งเป็นธรรมะที่มุ่งสอน ให้เรามีความขยันหมั่นเพียร ในการประกอบอาชีพการงานที่สุจริต หมั่นแสวงหาทรัพย์สมบัติ ในทางที่ชอบประกอบด้วยธรรม ที่ไม่ผิดศีลธรรม ไม่ผิดกฎหมาย หรือไม่เกียจคร้าน เป็นคนหนักก็เอาเบาก็สู้ ตลอดจนถึง การหมั่นศึกษาหาความรู้ ที่เกี่ยวข้องกับอาชีพการงาน ของตนเองอยู่สม่ำเสมอ เพื่อทำให้มีความชำนิชำนาญ ในกิจการงานที่ทำมากขึ้น อันจะเป็นผลให้เรา ได้รับความเจริญก้าวหน้าในงานทำอยู่ อย่างเช่น ได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้น ได้เลื่อนตำแหน่งที่สูงขึ้น หรือได้รับโบนัสมากขึ้นเป็นต้น
2. คำว่า อา คือ อารักขสัมปทา
อ่านว่า “อา-รัก-ขะ-สำ-ปะ-ทา แปลว่า ความถึงพร้อม ด้วยการรักษา อันหมายถึง เมื่อเรา มีความขยันหมั่นเพียร แสวงหาทรัพย์มาได้ โดยทางที่สุจริตแล้ว เราก็ต้องรู้จักรักษาทรัพย์สิน ที่หามาได้เหล่านั้นให้คงอยู่ ไม่ให้สูญหาย ไม่ให้เสียหาย อย่างเช่น การนำเงินที่ได้มา ไปฝากธนาคาร เป็นต้น แต่คำว่า รักษาในที่นี้ ท่านว่า ไม่ได้หมายถึง แค่การเก็บรักษาทรัพย์สินเท่านั้น แต่ยังหมายถึง การหลีกเว้น จากอบายมุขทั้งหลาย อันจะเป็นทางให้เสื่อมทรัพย์ อย่างเช่น การเว้นจากสุรายาเมา หรือยาเสพติดทั้งหลาย เว้นจากการพนันทุกชนิด เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ท่านว่า เป็นหนทางทำให้เราเสียทรัพย์ ท่านแนะนำให้เรา ลองคิดดูว่า ทุกวันนี้ เราทำงานหาเงิน มาด้วยความเหนื่อยความลำบาก แล้วเราสมควรหรือไม่ ที่จะผลาญทรัพย์สินเงินทอง ให้หมดไปกับอบายมุข หรือสิ่งที่ไม่ดีทั้งหลาย
3. คำว่า กะ คือ กัลยาณมิตตตา
อ่านว่า “กัน-ละ-ยา-นะ-มิต-ตะ-ตา” แปลว่า ความเป็นผู้มีมิตรที่ดี อันหมายถึงการเลือกคบคน ให้รู้จักการเลือกคบ แต่คนที่ดีมีศีลธรรม เพราะคนที่ดีมีศีลธรรมนั้น ย่อมจะสามารถแนะนำเรา ให้ไปในทางที่ดี ที่ถูกที่ควร ไม่สร้างความเดือดร้อนให้เรา และช่วยเหลือเราได้ เมื่อถึงคราคับขัน ส่วนปาปมิตร หรือมิตรที่ไม่ดีนั้น ย่อมจะชักนำเรา ไปในทางที่ไม่ดี และชักชวนให้เรา ทำในสิ่งที่ผิด ศีลธรรม ผิดกฎหมายบ้านเมืองเป็นต้น อย่างเช่น ชักชวนให้เรา เป็นคนลักเล็กขโมยน้อย ชักชวนให้เรากินสุรายาเมา ชักชวนให้เราไปเที่ยว สถานบันเทิงต่างๆ เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนแล้ว แต่เป็นอบายมุขทั้งสิ้น ท่านว่า เรื่องการเลือกคบคนนี้ เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก เพราะทุกวันนี้ คนเราไม่ว่าจะเป็นเด็ก หรือผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย จะเสียผู้เสียคน ก็เพราะเพื่อน หรือเสียคน ก็เพราะคนรัก ซึ่งมีเยอะแยะมากมายในปัจจุบัน อย่างเช่น บางคนไม่เคยกินเหล้า แต่พอคบเพื่อนไม่ดี เมื่อเพื่อนชวนกิน ก็ต้องกิน หรือยิ่งไปกว่านั้น ก็อาจจะถูกเพื่อน ชวนเสพยาเสพติด หรือไปทำอะไรอย่างอื่น ที่ผิดศีล ผิดธรรม หรือผิดกฎหมายบ้านเมือง ซึ่งเป็นเหตุให้เสียทรัพย์ในเบื้องต้น หรือถ้าหนักเข้า ก็อาจจะเสียคน หรืออาจจะเสียชีวิตก็เป็นได้ เพราะเหตุนี้นี่เอง ครูบาอาจารย์ท่านจึงสอน ให้เราเลือกคบแต่คนดี และเลือกคบแต่มิตรที่ดี
4. คำว่า สะ คือ สมชีวิตา
อ่านว่า “สะ-มะ-ชี-วิ-ตา” แปลว่า ความเป็นผู้ดำรงชีพดี หรือ ความเป็นผู้ดำรงชีพสมควร ซึ่งในข้อนี้ท่านสอนให้เรา รู้จักใช้ชีวิตตามความเหมาะสม คือสมควรแก่ฐานะ ไม่ว่าจะมีทรัพย์สินเงินทองมากหรือน้อย ไม่ว่าเราจะมีฐานะยากจนหรือร่ำรวย การจับจ่ายใช้สอย ก็ให้เป็นไปตามสมควร การใช้จ่ายทรัพย์เพื่อดำรงชีวิต ก็ให้เป็นไปตามความเหมาะสม ไม่ควรใช้จ่ายเกินตัว ไม่สุรุ่ยสุร่าย ไม่ก่อหนี้สิน ซึ่งโดยสรุปแล้วก็คือ ให้เรารู้จักประมาณ ในการใช้จ่ายทรัพย์เพื่อดำรงชีพ ตามสมควรแก่ฐานะของตนเอง ท่านว่า คาถาหัวใจเศรษฐี อุ อา กะ สะ นี้ สรุปง่าย ๆ ก็คือ
1. ขยัน
2. ประหยัด อดออม
3. คบเพื่อนดี คบคนดี
4. พอเพียง เรียบง่าย
ท่านว่า หากเราปฏิบัติตามธรรมะข้อนี้ อย่างถูกต้อง เคร่งครัด และสม่ำเสมอ ถึงเราจะไม่รวยมากเหมือนคนอื่น แต่รับรองได้ว่า เราจะไม่มีวันจนอย่างแน่นอนครับ
ขออนุโมทนาบุญ และกราบขอบพระคุณครูบาอาจารย์ทุกท่าน ที่ให้คติธรรม และข้อคิดในการดำเนินชีวิต และขออนุโมทนาบุญกับทุกท่าน ที่มีส่วนร่วมในการจัดทำคลิบนี้ และรับชมคลิบนี้ สาธุครับ
สวัสดีครับคุณผู้ชมคุณผู้ฟังทุกท่าน ที่ติดตามรับชมภูริฟิล์ม คลิบนี้นะครับผมจะมาพูดคุยในเรื่องของ คาถาหัวใจเศรษฐี ที่เรียกว่า ทิฏฐธัมมิกัตถสังวิตตนิกธรรม ๔ อันหมายถึง ธรรมที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ในปัจจุบัน เป็นหลักธรรมอันอำนวยประโยชน์สุขขั้นต้น ซึ่งครูบาอาจารย์ท่านกล่าวว่า คาถาหัวใจเศรษฐีนี้ เป็นหลักธรรมในพุทธศาสนา คือ ประโยชน์ในปัจจุบัน 4 อย่าง หรือบางทีก็เรียกว่า หัวใจเศรษฐี อุ อา กะ สะ หรืออาจจะเรียกสั้นๆ ว่า ทิฏฐธัมมิกัตถะ อันหมายถึง ธรรมที่เป็นไป เพื่อประโยชน์ในปัจจุบัน เป็นหลักธรรมอันอำนวยประโยชน์สุขขั้นต้น เพื่อประโยชน์สุขสามัญ ที่มองเห็นกันในชาตินี้ ที่คนอย่างเราทั่วไปปรารถนา อยากมียศ ทรัพย์ เกียรติ หรือไมตรี เป็นต้น อันจะสำเร็จด้วยธรรม 4 ประการ หรือที่พูดง่ายๆ ว่า เป็นข้อปฏิบัติสำคัญ ที่ทำให้เกิดผล คือ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ทำให้เรามีทรัพย์สินเงินทอง พึ่งตนเองได้ จึงเรียกว่าธรรม ที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ปัจจุบัน อันเป็นเคล็ดลับ ให้หลุดพ้นจากความยากจน คือ เราจะต้องปฏิบัติ ตามหลักธรรม 4 ประการ ที่เรียกว่า หัวใจเศรษฐี อุ อา กะ สะ นั่นเอง
คาถาหัวใจเศรษฐี ที่ว่า อุ อา กะ สะ นี้ ครูบาอาจารย์ท่านกล่าวว่า อุ อา กะ สะ ก็คือ การประพฤติดีปฏิบัติชอบ ซึ่งมีดังต่อไปนี้
1. คำว่า อุ มาจากคำว่า อุฏฐานสัมปทา อุด-ถา-นะ-สำ-ปะ-ทา คือ พร้อมด้วยความขยันหมั่นเพียร ในการประกอบสัมมาอาชีพ หรือที่เรียกว่า การขยันหา
2. คำว่า อา มาจากคำว่า อารักขสัมปทา อา-รัก-ขะ-สำ-ปะ-ทา คือ การเก็บรักษาทรัพย์สิน ที่ได้มาโดยชอบธรรม หรือที่เรียกว่า การขยันเก็บ
3. คำว่า กะ มาจากคำว่า กัลยาณมิตตา กัน-ละ-ยา-นะ-มิต-ตะ-ตา คือ การคบหาสมาคมกับคนดี คนมีคุณธรรม มีน้ำใจ และเป็นเพื่อนที่ไม่พาไปผลาญทรัพย์ หรือที่เรียกว่า การเลือกคบ
4. คำว่า สะ มาจากคำว่า สมชีวิตา สะ-มะ-ชี-วิ-ตา คือ การใช้จ่ายอย่างประหยัดพอเพียง ใช้ชีวิตสมถะ ไม่ฟุ่มเฟือย หรือที่เรียกว่า การเลือกใช้ นั่นเอง
ส่วนการที่เราจะมีชีวิตสมบูรณ์นั้น ครูบาอาจารย์ท่านว่า เราจะต้องทำถาคาที่ว่า อุ อา กะ สะ ให้เจริญเป็นนิตย์ ซึ่งสามารถขยายความได้ดังนี้
1. คำว่า อุ คือ อุฏฐานสัมปทา
อ่านว่า “อุด-ถา-นะ-สำ-ปะ-ทา” แปลว่า ความถึงพร้อม ด้วยความหมั่น ซึ่งเป็นธรรมะที่มุ่งสอน ให้เรามีความขยันหมั่นเพียร ในการประกอบอาชีพการงานที่สุจริต หมั่นแสวงหาทรัพย์สมบัติ ในทางที่ชอบประกอบด้วยธรรม ที่ไม่ผิดศีลธรรม ไม่ผิดกฎหมาย หรือไม่เกียจคร้าน เป็นคนหนักก็เอาเบาก็สู้ ตลอดจนถึง การหมั่นศึกษาหาความรู้ ที่เกี่ยวข้องกับอาชีพการงาน ของตนเองอยู่สม่ำเสมอ เพื่อทำให้มีความชำนิชำนาญ ในกิจการงานที่ทำมากขึ้น อันจะเป็นผลให้เรา ได้รับความเจริญก้าวหน้าในงานทำอยู่ อย่างเช่น ได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้น ได้เลื่อนตำแหน่งที่สูงขึ้น หรือได้รับโบนัสมากขึ้นเป็นต้น
2. คำว่า อา คือ อารักขสัมปทา
อ่านว่า “อา-รัก-ขะ-สำ-ปะ-ทา แปลว่า ความถึงพร้อม ด้วยการรักษา อันหมายถึง เมื่อเรา มีความขยันหมั่นเพียร แสวงหาทรัพย์มาได้ โดยทางที่สุจริตแล้ว เราก็ต้องรู้จักรักษาทรัพย์สิน ที่หามาได้เหล่านั้นให้คงอยู่ ไม่ให้สูญหาย ไม่ให้เสียหาย อย่างเช่น การนำเงินที่ได้มา ไปฝากธนาคาร เป็นต้น แต่คำว่า รักษาในที่นี้ ท่านว่า ไม่ได้หมายถึง แค่การเก็บรักษาทรัพย์สินเท่านั้น แต่ยังหมายถึง การหลีกเว้น จากอบายมุขทั้งหลาย อันจะเป็นทางให้เสื่อมทรัพย์ อย่างเช่น การเว้นจากสุรายาเมา หรือยาเสพติดทั้งหลาย เว้นจากการพนันทุกชนิด เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ท่านว่า เป็นหนทางทำให้เราเสียทรัพย์ ท่านแนะนำให้เรา ลองคิดดูว่า ทุกวันนี้ เราทำงานหาเงิน มาด้วยความเหนื่อยความลำบาก แล้วเราสมควรหรือไม่ ที่จะผลาญทรัพย์สินเงินทอง ให้หมดไปกับอบายมุข หรือสิ่งที่ไม่ดีทั้งหลาย
3. คำว่า กะ คือ กัลยาณมิตตตา
อ่านว่า “กัน-ละ-ยา-นะ-มิต-ตะ-ตา” แปลว่า ความเป็นผู้มีมิตรที่ดี อันหมายถึงการเลือกคบคน ให้รู้จักการเลือกคบ แต่คนที่ดีมีศีลธรรม เพราะคนที่ดีมีศีลธรรมนั้น ย่อมจะสามารถแนะนำเรา ให้ไปในทางที่ดี ที่ถูกที่ควร ไม่สร้างความเดือดร้อนให้เรา และช่วยเหลือเราได้ เมื่อถึงคราคับขัน ส่วนปาปมิตร หรือมิตรที่ไม่ดีนั้น ย่อมจะชักนำเรา ไปในทางที่ไม่ดี และชักชวนให้เรา ทำในสิ่งที่ผิด ศีลธรรม ผิดกฎหมายบ้านเมืองเป็นต้น อย่างเช่น ชักชวนให้เรา เป็นคนลักเล็กขโมยน้อย ชักชวนให้เรากินสุรายาเมา ชักชวนให้เราไปเที่ยว สถานบันเทิงต่างๆ เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนแล้ว แต่เป็นอบายมุขทั้งสิ้น ท่านว่า เรื่องการเลือกคบคนนี้ เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก เพราะทุกวันนี้ คนเราไม่ว่าจะเป็นเด็ก หรือผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย จะเสียผู้เสียคน ก็เพราะเพื่อน หรือเสียคน ก็เพราะคนรัก ซึ่งมีเยอะแยะมากมายในปัจจุบัน อย่างเช่น บางคนไม่เคยกินเหล้า แต่พอคบเพื่อนไม่ดี เมื่อเพื่อนชวนกิน ก็ต้องกิน หรือยิ่งไปกว่านั้น ก็อาจจะถูกเพื่อน ชวนเสพยาเสพติด หรือไปทำอะไรอย่างอื่น ที่ผิดศีล ผิดธรรม หรือผิดกฎหมายบ้านเมือง ซึ่งเป็นเหตุให้เสียทรัพย์ในเบื้องต้น หรือถ้าหนักเข้า ก็อาจจะเสียคน หรืออาจจะเสียชีวิตก็เป็นได้ เพราะเหตุนี้นี่เอง ครูบาอาจารย์ท่านจึงสอน ให้เราเลือกคบแต่คนดี และเลือกคบแต่มิตรที่ดี
4. คำว่า สะ คือ สมชีวิตา
อ่านว่า “สะ-มะ-ชี-วิ-ตา” แปลว่า ความเป็นผู้ดำรงชีพดี หรือ ความเป็นผู้ดำรงชีพสมควร ซึ่งในข้อนี้ท่านสอนให้เรา รู้จักใช้ชีวิตตามความเหมาะสม คือสมควรแก่ฐานะ ไม่ว่าจะมีทรัพย์สินเงินทองมากหรือน้อย ไม่ว่าเราจะมีฐานะยากจนหรือร่ำรวย การจับจ่ายใช้สอย ก็ให้เป็นไปตามสมควร การใช้จ่ายทรัพย์เพื่อดำรงชีวิต ก็ให้เป็นไปตามความเหมาะสม ไม่ควรใช้จ่ายเกินตัว ไม่สุรุ่ยสุร่าย ไม่ก่อหนี้สิน ซึ่งโดยสรุปแล้วก็คือ ให้เรารู้จักประมาณ ในการใช้จ่ายทรัพย์เพื่อดำรงชีพ ตามสมควรแก่ฐานะของตนเอง ท่านว่า คาถาหัวใจเศรษฐี อุ อา กะ สะ นี้ สรุปง่าย ๆ ก็คือ
1. ขยัน
2. ประหยัด อดออม
3. คบเพื่อนดี คบคนดี
4. พอเพียง เรียบง่าย
ท่านว่า หากเราปฏิบัติตามธรรมะข้อนี้ อย่างถูกต้อง เคร่งครัด และสม่ำเสมอ ถึงเราจะไม่รวยมากเหมือนคนอื่น แต่รับรองได้ว่า เราจะไม่มีวันจนอย่างแน่นอนครับ
ขออนุโมทนาบุญ และกราบขอบพระคุณครูบาอาจารย์ทุกท่าน ที่ให้คติธรรม และข้อคิดในการดำเนินชีวิต และขออนุโมทนาบุญกับทุกท่าน ที่มีส่วนร่วมในการจัดทำคลิบนี้ และรับชมคลิบนี้ สาธุครับ

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น