ทิ้งวันเก่า เริ่มต้นชีวิตใหม่ ต้องทำอย่างไรบ้าง

PURIFILM สร้างแรงบันดาลใจ ให้คติธรรม นำพลังสร้างชีวิต



สวัสดีครับคุณผู้ชมคุณผู้ฟังทุกท่าน ที่ติดตามรับชมภูริฟิล์ม เนื่องในวันปีใหม่นี้ ผมจะมาพูดคุยในเรื่องของ การเริ่มต้นชีวิตใหม่ ในวันปีใหม่ ว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง ซึ่งในเรื่องนี้ ครูบาอาจารย์ท่านกล่าวว่า ปกติแล้ว วัน เดือน ปี นั้น มันก็จะหมุนเวียนเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว และก็เป็นอุบายอย่างหนึ่งของชาวโลก ที่จะทำจิตใจของตนเอง ให้รู้สึกเบิกบานผ่องใส มีความร่าเริง มีความสุข ในวันขึ้นปีใหม่ แต่ในความเป็นจริงแล้วท่านว่า หากเรามองให้ลึกลงไป ก็จะเห็นว่า การที่เรามีความเบิกบานผ่องใส และมีความสดชื่นนั้น ก็เป็นเพราะจิตใจของเราเอง ไม่ใช่เป็นเพราะวันเก่า หรือวันขึ้นปีใหม่แต่อย่างใด และการที่คนเราจะใช้ชีวิตให้มีความสุข ได้อย่างแท้จริงนั้น ไม่ใช่อยู่ที่ว่า เราปรารถนาสิ่งใดแล้ว จะต้องสมความปรารถนาทุกประการ เพราะความเป็นจริง มันไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไป และคนเรา ถ้าหากไม่มีธรรมะในใจ ก็จะปรารถนาสิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลาเช่นกัน
ดังนั้นท่านว่า เราควรรู้จักปฏิบัติให้ถูกต้อง ในเรื่องของความเก่า และความใหม่ เพราะความใหม่นั้นท่านว่า เราไม่อาจจะได้มันตลอดไป ดังเช่น ร่างกายของเราเอง ที่ไม่สามารถจะให้มันใหม่ หรือแข็งแรงอยู่กับเราได้ตลอดเวลา เพราะเมื่อวันเวลาผ่านไป มันก็จะเปลี่ยนแปลงไปตามธรรมชาติ อย่างเช่นตอนแรก ก็จะมีการเจริญเติบโต เมื่อเติบโตขึ้น ก็จะเข้าสู่วัยหนุ่มสาว และต่อจากนั้น ก็จะเข้าสู้วัยแก่ชรา และสุดท้ายร่างกายของเรา ก็จะเสื่อมโทรม และเจ็บป่วยลง ซึ่งเราไม่สามารถจะได้ใหม่อยู่เรื่อยๆ เราจะต้องเจอกับความเก่าด้วย เพราะมันจะมีสิ่งที่จำเป็นต้องเก่า และสิ่งใหม่ที่เรามี ในวันหนึ่ง มันก็จะต้องกลายเป็นความเก่าเช่นกัน



ท่านว่าในโลกใบนี้ เป็นเรื่องของสังขาร ซึ่งสังขารนี้ ก็มีหลักธรรมดาว่า ย่อมเป็นไปตามกฎของพระไตรลักษณ์ คือ มีความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา และทุกสิ่งทุกอย่าง ก็ต้องเปลี่ยนแปลง เมื่อมีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และก็ต้องดับไป ดังเช่น เมื่อใหม่แล้ว ก็จะต้องกลายเป็นเก่า ท่านว่าความเก่า และความใหม่ ที่มีผลต่อจิตใจของเรานั้น จริงๆ แล้วก็อยู่ที่จิตใจของเราเอง เพราะถ้าเรามีความรู้สึกหดหู่ ไม่สบายใจ รู้สึกเศร้าซึม แบบนี้ท่านว่า เป็นลักษณะของจิตใจที่เก่า แต่ถ้าเป็นจิตใจที่สดชื่น เบิกบานผ่องใส แบบนี้ ก็จะเป็นจิตใจที่ใหม่ ฉะนั้น เราก็ควรจะทำความใหม่ ให้เกิดขึ้นอยู่เสมอ นั่นก็คือ การทำจิตใจให้สดชื่น เบิกบาน ผ่องใส อยู่ตลอดเวลา ท่านว่า ถ้าเราทำแบบนี้ ได้ สิ่งทั้งหลาย ถึงแม้จะเก่า เราก็จะไม่มีปัญหาอะไร เพราะเรา รู้จักทำใจของเราเอง ให้ใหม่อยู่เสมอ

ครูบาอาจารย์ท่านกล่าวว่า ความใหม่ที่เป็นของประณีต ก็คือ เวลาขึ้นปีใหม่ ที่เรากำหนดเป็นสิริมงคล เพราะเราทุกคน ต่างก็แสดงความรัก ความปรารถนาดีต่อกัน และมีไมตรีจิตมิตรภาพต่อกัน อย่างเช่น พ่อแม่ แสดงความเมตตาต่อลูก หรือหลายๆ คน แสดงความเคารพนับถือต่อกัน และส่งความสุขให้กันและกันในวันปีใหม่ หรือบางคน ส่งบัตรอวยพร ส่งข้อความให้กันและกัน ซึ่งมาจากไมตรีจิตมิตรภาพ และความปรารถนาดีที่มีต่อกัน ท่านว่าสิ่งเหล่านี้ เป็นความใหม่ ที่มีผลต่อจิตใจอย่างแท้จริง ซึ่งก็เป็นเรื่องของธรรมะนั่นเอง เพราะความรัก ความปรารถนาดีต่อกัน หรือ การมีไมตรีจิตมิตรภาพต่อกันนี้ ก็เป็นธรรมอย่างหนึ่ง ซึ่งธรรมะนี้ ก็จะทำให้จิตใจสดชื่น เบิกบานผ่องใส และมีความใหม่เกิดขึ้นตลอดเวลา ดังนั้น เราควรจะมีเมตตา มีความรัก ความปรารถนาดีต่อกัน และมีความศรัทธา ความเลื่อมใสในพระรัตนตรัย เพราะว่าหากธรรม เกิดขึ้นในจิตใจของเราเมื่อใด เราก็จะมีความสดชื่นเบิกบานเมื่อนั้น ท่านว่า ธรรมะนี้ไม่มีเก่า ไม่มีใหม่ แต่จะเป็นของ ที่คงอยู่อย่างเดิมตลอดเวลา เพราะธรรมะ คือหลักความจริง และความจริงนี้ ก็เป็นสิ่งที่ไม่ตาย ไม่รู้จักเก่า และเมื่อไม่เก่า ก็จะไม่ใหม่ด้วย มันเป็นความจริงอยู่อย่างนั้น เหมือนกับความดีงามก็เช่นเดียวกัน เมื่อเราประพฤติเมื่อใด ก็เป็นความดีงามเมื่อนั้น ธรรมะนี้ จึงเป็นสิ่งที่ไม่มีเก่า ไม่มีใหม่ แต่เป็นความจริงที่ดำรงอยู่ตลอดไป

ดังนั้นท่านว่า ถ้าเราต้องการให้ตนเอง พ้นจากการครอบงำของกาลเวลา ก็ให้นำเอาธรรมะ เข้ามาไว้ในจิตใจของตนเอง เพราะเมื่อประพฤติปฏิบัติ ตามธรรมะแล้ว ก็จะไม่มีความเก่า หรือความใหม่ แต่จะกลายเป็น รู้เท่าทันสิ่งทั้งหลาย ดังนั้นท่านว่า เราต้องหมั่นทำตัวเอง ให้เป็นคนใหม่อยู่ตลอดเวลา ด้วยการมีจิตใจที่สะอาดบริสุทธิ์ เบิกบานผ่องใส มีเมตตาธรรม มีความรัก ความปรารถนาดีต่อกัน และที่สำคัญควรจะมีศรัทธา มีสติ ปัญญาจะได้เกิดขึ้นในใจ จิตใจของเรา จะได้สว่างโล่ง รู้เห็นเข้าใจ และรู้เท่าทันสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ซึ่งหลักธรรมคำสอน ในทางพระพุทธศาสนา  ที่เป็นหลักพื้นฐาน ที่เราควรจะนำมาปฏิบัติ เพื่อช่วยขัดเกลาจิตใจ ในการเริ่มต้นชีวิตใหม่นั้นท่านว่า เราควรจะใช้ อิทธิบาท ๔ ซึ่งมีดังต่อไปนี้

๑. ฉันทะ คือ ความพอใจ 
คือ เราควรจะรู้จักรัก และพอใจ ในสิ่งที่ตัวเองทำ เพราะหลายๆ คนที่ผ่านมา อาจจะรู้สึกเบื่อหน่าย กับความซ้ำซากจำเจ ทั้งในเรื่องของงาน และการเรียน หรือในเรื่องอื่นๆ ที่ผ่านมา ดังนั้นหากเรารู้สึกแบบนี้ ท่านว่า การเริ่มต้นชีวิตใหม่ ก็คือ เราต้องรู้จักปรับปรุงที่จิตใจ เราจะต้องมีใจรัก ในสิ่งที่ทำ เราจะต้องมีใจคิดบวก มีความคิดในเชิงสร้างสรรค์ รู้จักพอใจในสิ่งที่มี และยินดีกับสิ่งที่ทำ เพราะเมื่อเรามีใจรัก ในสิ่งที่ทำแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่าง มันก็จะไม่ยาก

๒. วิริยะ คือ ความเพียร 
ท่านว่า เราต้องรู้จัก ขยันหมั่นเพียรในสิ่งที่ทำ เพราะความขยันนี้ จะทำให้เราไม่รู้สึกเหนื่อย ในสิ่งที่ทำ ไม่ว่าสิ่งนั้น จะหนักหนาแค่ไหน และยิ่งถ้าเราตั้งใจทำ ด้วยใจที่อดทน ไม่ย่อท้อ ต่อปัญหา และอุปสรรคต่างๆ ความขยันหมั่นเพียรนี้ ก็จะเกิดทักษะ เกิดความชำนาญ และก็จะกลายเป็นประสบการณ์ ให้กับชีวิตเราต่อไป

๓. จิตตะ คือ ความคิด 
ท่านว่า เราต้องสมาธิ และมีใจที่จดจ่อ มีความตั้งใจอยู่กับสิ่งที่ทำ และหมั่นทำสิ่งเหล่านั้น ด้วยความมุ่งมั่น หมั่นฝึกฝน ความคิด ด้วยการมีสติ รู้ตัวอยู่กับปัจจุบัน ไม่นำพาความคิด ให้เกิดเป็นอคติ และหากพบปัญหา หรืออุปสรรคต่างๆ ก็ควรมีความตั้งใจจริง และคิดไปในทางที่ดี ไม่ปล่อยใจตัวเองให้เลื่อนลอย จงตั้งใจทำวันนี้ ให้ดีที่สุด

๔. วิมังสา คือ ความไตร่ตรอง 
ท่านว่า เราต้องรู้จัก ใช้สติไตร่ตรองวิเคราะห์ และใช้ปัญญา คิดพิจารณา ตรวจสอบในสิ่งที่ทำอยู่เสมอ ว่ามีทิศทางไป ในทางใดบ้าง มีสิ่งใดที่ทำมาถูกต้องแล้ว หรือมีสิ่งใด ที่เราจะต้องปรับปรุงแก้ไข ซึ่งหากพบว่า มีข้อผิดพลาด เราก็ควรยอมรับความจริง ในความผิดพลาดนั้น แล้วหาทางการแก้ไข พัฒนา และปรับปรุงอย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้ทุกสิ่งทุกอย่างดีขึ้น
ท่านว่า ถ้าเราสามารถ ปฏิบัติตามหลักอิทธิบาท ๔ ที่เป็นหลักพื้นฐาน แห่งความสำเร็จ และความสุขได้แล้ว การจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ หรือจะสานต่อในสิ่งที่ทำอยู่ มันก็จะสำเร็จ ลุล่วงไปด้วยดี ซึ่งเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ ในวันปีใหม่นี้อย่างมีความสุข ครับ

ขออนุโมทนาบุญ และกราบขอบพระคุณครูบาอาจารย์ทุกท่าน ที่ให้คติธรรม และข้อคิดในการดำเนินชีวิต และขออนุโมทนาบุญกับทุกท่าน ที่มีส่วนร่วมในการจัดทำคลิบนี้ และรับชมคลิบนี้ สาธุครับ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ขันธ์ 5 คืออะไร ทำไมคนเป็นโรคซึมเศร้าต้องเรียนรู้ขันธ์ 5

สิริมงคล 8 ประการ เสริมบุญบารมี ให้ชีวิตรุ่งเรืองตลอดไป

มงคลชีวิต 4 ประการ หนทางสู่ความสำเร็จ

วิธีอ่านใจคน ศาสตร์เรียนรู้จุดอ่อน ด้วยจริต 6 ประการ

ฆราวาสธรรม 4 ประการ ธรรมะที่นำพาชีวิตให้ร่ำรวย